ความเป็นมา ลักษณะโครงการ ประโยชน์ของโครงการ ปัญหา-อุปสรรค ความก้าวหน้าการก่อสร้าง
โครงการเขื่อนป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดลพบุรี
".เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์"

Spillwayสันเขื่อน

เป็นการก่อสร้างเขื่อน ขนาดความจุอ่างเก็บน้ำ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 144,500 ไร่ และพื้นที่ส่วนขยาย 30,000 ไร่

ประโยชน์ของโครงการ

     1. เป็นแหล่งน้ำถาวรเพื่อการอุปโภคบริโภคของชุมชนต่าง ๆ ในเขตจังหวัดลพบุรีและจังหวัดสระบุรี
     2. เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับพื้นที่ชลประทานที่จะเกิดใหม่ในเขตจังหวัดลพบุรี และจังหวัดสระบุรี จำนวน 174,500 ไร่
     3. เป็นแหล่งน้ำเสริมสำหรับพื้นที่โครงการชลประทานเดิมในทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง ประมาณ 2,200,000 ไร่
     4. ช่วยบรรเทาอุทกภัยให้แก่พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำป่าสักในเขตจังหวัดลพบุรี และจังหวัดสระบุรี และยังมีผลช่วยบรรเทาอุทกภัยให้แก่พื้นที่ตอนล่างลงไปด้วย
     5. เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมในเขตจังหวัดลพบุรี และจังหวัดสระบุรี
     6. อ่างเก็บน้ำจะกลายเป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่
     7. เป็นแหล่งน้ำเสริมเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร
     8. เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
     9. เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของจังหวัดลพบุรี และจังหวัดสระบุรีดีขึ้น

วัตถุประสงค

               •  เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการเกษตร การอุปโภค-บริโภค และขาดน้ำสนับสนุนการพัฒนาด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้งเป็นประจำทุกปี
       • บรรเทาปัญหาการเกิดอุทกภัยในลุ่มน้ำป่าสักและลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

ที่ตั้งโครงการ

          อยู่ที่ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี

ระยะเวลาก่อสร้าง

          14 ปี (ปี 2538 - 2551)

งบประมาณทั้งโครงการ

          7,831.000   ล้านบาท

ความเป็นมา 

          เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตั้งอยู่ ณ บ้านหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งแม่น้ำป่าสักมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 13 ในจำนวน 25 ลุ่มน้ำของประเทศไทย เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 14,520 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะของลุ่มน้ำแคบเรียวยาว แหล่งต้นน้ำอยู่จังหวัดเลย ลำน้ำมีความยาว 513 กิโลเมตร ไหลผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี และมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยประมาณ 2,400 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้พระราชทานพระราชดำริเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมของโครงการเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ ปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูก และบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำในลุ่มน้ำป่าสัก เป็นผลสืบเนื่องมายังเขตกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลด้วย ซึ่งนำความเดือนร้อนมาให้ราษฎรเกือบทุกปี ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2536 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระราชดำรัสเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทานว่า หากเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปัจจุบัน ก็สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และขาดแคลนน้ำให้กับประชาชนได้ จะต้องก่อสร้างเขื่อน 2 แห่ง ที่แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำนครนายก ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2537 - 2542 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาพระราชทานนาม เขื่อนนี้ว่า "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" อันหมายถึง "เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ" เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้เริ่มเก็บกักน้ำครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธี

          การก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 23,336 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้างด้านชลประทาน 7,831 ล้านบาท งบประมาณแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม 15,505 ล้านบาท โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้ก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และงานอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบเสร็จสมบูรณ์และเพื่อเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติในวาระที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542



ลักษณะโครงการ

          เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีลักษณะเป็นเขื่อนดิน แกนดินเหนียว (Zoned Type) ระดับสันเขื่อน +46.60 ม.รทก. (เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง) ความยาวประมาณ 4,860 เมตร ความสูงเขื่อน 31.5 ม. ความกว้างสันเขื่อน 10 เมตร ระดับกักเก็บน้ำสูงสุดที่ +43.00 ม.รทก. ปริมาณกักเก็บน้ำ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร



อาคารประกอบและระบบชลประทาน

(1)   อาคารระบายน้ำล้น (Spill way)

  • ชนิดของอาคาร                                Gated Spillway
    ความกว้างของอาคาร ระดับสันอาคารระบายน้ำ  +34.50  ม.รทก.
    ความสามารถในการระบายน้ำ             3,900   ลูกบาศก์เมตร/วินาที

(2)   อาคารท่อส่งน้ำลงลำน้ำเดิม (River Outlet)

  • ชนิดของอาคาร                                Drop Inlet
    ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อส่งน้ำ            3.0        เมตร
    ความสามารถในการระบายน้ำ             80.0      ลูกบาศก์เมตร/วินาที

(3)   อาคารท่อระบายน้ำฉุกเฉิน

  • ชนิดของอาคาร                                Drop Inlet
    ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อส่งน้ำ             3.0       เมตร
    ความสามารถในการระบายน้ำ              65.0     ลูกบาศก์เมตร/วินาที

        

ทริปวันเดียว เที่ยวเขื่อนป่าสัก